🚚 ส่งฟรี เมื่อออเดอร์เกิน 500 บาท

วิธีใช้ : Reading Journal – 100 Book Challenge

Reading Journal สมุดที่จะทำให้คุณ “สนุกกับการอ่าน” และเคลียร์กองดองได้มากขึ้น ผ่านการทำ 100 Book Challenge มาอ่านหนังสือให้ครบ 100 เล่มกัน! โดยจะใช้เวลากี่ปีก็ได้ ไม่ต้องรีบ ขอแค่ได้ทำต่อเนื่อง และอ่านอย่างมีความสุข

  • ตั้งเป้าหมาย วางแผนการอ่าน เพื่อสร้างวินัยอ่านสม่ำเสมอ
  • ติดตามความคืบหน้า พร้อมฉลองทุกๆ Milestone เพิ่มแรงบันดาลใจ
  • ฝึกคิด วิเคราะห์ ถ่ายทอดความรู้สึก ผ่านการเขียนรีวิว
  • บันทึกความประทับใจ จดจำเรื่องราวที่อ่านได้ดีขึ้น

เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ คุณจะเข้าใจสไตล์การอ่านของตัวเองมากขึ้น ได้เห็นพัฒนาการของตัวเอง และพบว่าการอ่านสนุกกว่าที่เคย

วิธีเขียน Reading Journal หน้าต่างๆ

มาดูกันว่าแต่ละหน้าในสมุด Reading Journal ใช้จดอะไรได้บ้าง
หากมีข้อสงสัยวิธีใช้เพิ่มเติม ก็แชทสอบถามแอดมินเพจ Mimi’s Plan ได้นะคะ

หรือดูไอเดียจดเพิ่มเติมจากเพื่อนๆใน กลุ่มบันทึกนักอ่าน

หน้ากระดาษเปล่าๆ ที่ให้อิสระคุณได้ตกแต่ง “ปกในสมุด” ได้ตามสไตล์ที่ชอบ อาจเขียนคำคม วาดรูป หรือติดสติ๊กเกอร์ก็ได้

เพื่อให้ตอนเปิดสมุด จะได้ใจฟูทุกครั้ง

 

บันทึกระยะเวลาที่ทำ 100 Book Challenge ในสมุด Reading Journal

  • Start : เดือนที่อ่านหนังสือ เล่มที่ 1
  • Finish : เดือนที่อ่านหนังสือ เล่มที่ 100

 

สมุดเล่มนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ

  1. วางแผน + สรุปการอ่าน
  2. รีวิวหนังสือ 100 เล่ม

โดยใช้คำคม เป็นตัวแบ่ง Section

 

คำคม Section 1

เป็นคำคมจาก Dr. Seuss นักเขียนหนังสือเด็ก ที่ให้แรงบันดาลใจในการอ่านได้ดีเลย แปลเป็นไทยดังนี้นะคะ

The more that you read,
the more things you will know.
The more that you learn,
the more places you’ll go.

ยิ่งคุณอ่านมากเท่าไหร่
คุณจะยิ่งรู้มากขึ้นเท่านั้น
ยิ่งคุณเรียนรู้มากเท่าไหร่
คุณก็จะไปได้ไกลขึ้นเท่านั้น

 

Reader Profile

หน้าประวัติของคุณ เขียนข้อมูลติดต่อเผื่อกรณีทำสมุดหาย

  • Name : ชื่อเล่น / ชื่อจริง
  • City : เมืองที่อยู่ในปัจจุบัน
  • Contact : ช่องทางติดต่อ อาจจะเบอร์โทร อีเมลล์ หรือไอดีโซเชียล

 

Current Favorites

แล้วทำความรู้จักตัวเองในฐานะนักอ่าน โดยบันทึกสิ่งที่คุณชอบและสนใจในเวลานั้นๆ เมื่ออ่านครบ 100 เล่ม ค่อยย้อนกลับมาดูว่าความชอบคุณเปลี่ยนไปไหม

  • Book : หนังสืออันดับ 1 ในใจ
  • Genre : หมวดหมู่ แนวหนังสือ
  • Author : นักเขียนคนโปรด
  • Reading Spot : สถานที่ที่อ่านประจำ
  • Format : รูปแบบหนังสือที่ชอบ (เล่มจริง, อีบุ๊ค, หนังสือเสียง)

 

My Rating System

ตั้งกฏเกณฑ์การรีวิวของคุณเอง ว่าแต่ละดาววัดยังไง 

 

Plan Your Pace

วางแผนความเร็วในการอ่าน โดยตั้งเป้าหมายการอ่านตามเวลาดังนี้

  • Week : สัปดาห์ละกี่เล่ม
  • Month : เดือนละกี่เล่ม
  • Year : ปีละกี่เล่ม

ก็จะพอรู้คร่าวๆว่าคุณจะทำ 100 Book Challenge สำเร็จในเวลาประมาณกี่ปี

 

Color Coding

กำหนดโค้ดสีตามช่องทางที่เราอ่านหนังสือ จะได้เช็คย้อนหลังง่าย

  • Books – เล่มจริง
  • E-Book – อีบุ๊ค
  • Audiobooks – หนังสือเสียง

 

Read at your own speed

อ่านตามความเร็วของคุณเอง

 

100 Book Index

ลิสต์หนังสือ 100 เล่ม เป็นเหมือนสารบัญให้เปิดดูรีวิวเรื่องต่างๆได้สะดวก

  • Title :ชื่อเรื่อง
  • Genre :หมวดหมู่ แนวหนังสือ
  • Format : รูปแบบหนังสือที่อ่าน
    • Books – เล่มจริง
    • E-Book – อีบุ๊ค
    • Audiobooks – หนังสือเสียง

ระบายสีช่อง Format ตามรหัสสี ที่ตั้งในหัวข้อ Color Coding ได้เลย

 

Reading Recap

เมื่อทำชาเลนจ์สำเร็จ ก็มาสรุปการอ่านของคุณที่หน้านี้ เพื่อย้อนมองและทบทวนสิ่งที่อ่าน แล้วค้นพบสไตล์การอ่านที่เป็นตัวคุณ

 

Formats Read

สรุปจำนวนเล่มที่อ่านใน format ต่างๆ ดูว่าอ่าน format ไหนมากที่สุด

 

Favorite

จัดอันดับ Top 3 ด้านต่างๆ

  • Favorite genres : หมวดหมู่ / แนวหนังสือโปรด
  • Favorite Tropes : ธีม / พล็อตนิยายที่ชอบ
  • Favorite Authors : นักเขียนที่ชอบ
  • Favorite Reading Times : เวลาที่ชอบอ่านหนังสือ

 

Book Awards

ให้รางวัลหนังสือเล่มโปรดของคุณ ตามหัวข้อดังนี้

  • Addictive : เรื่องที่ติดหนึบที่สุด อ่านแล้วหยุดไม่ได้
  • Heartwarming : เรื่องที่อบอุ่นหัวใจ ฮีลใจ
  • Soul-Crushing : เรื่องเศร้า ทำใจสลาย
  • Shocking : เรื่องที่หักมุม ทำให้ช็อคสุดๆ
  • Mind-Changing : เรื่องที่เปลี่ยนมุมมอง ปรับ Mindset
  • Informative : เรื่องที่ข้อมูลเยอะ ได้ความรู้เยอะ

วาดรูปหน้าปกเอง หรือปริ้นท์รูปปกหนังสือมาติดก็ได้
หรือเขียนแค่ชื่อเรื่อง เป็นลิสต์จัดอันดับ 1-3 ก็ได้

 

Reading Challenge

ชาแลนจ์เสริมให้เล่นสนุก เผื่อไว้ดูเป็นไอเดียเวลาไม่รู้จะอ่านหนังสือเล่มไหนต่อไป

หากทำเสร็จ ให้ติ๊กทำเครื่องหมาย ที่ช่องกิจกรรมนั้นๆ

และเขียนชื่อเรื่องที่อ่านหัวข้อนั้นที่ช่อง Title

  • Bestseller : หนังสือขายดี
  • Award-winning : หนังสือรางวัล
  • Made into a movie : ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์
  • Based on a true story : ดัดแปลงจากเรื่องจริง
  • Debut author : เล่มแรกของนักเขียนใหม่
  • Published before 2000 : ตีพิมพ์ก่อนปี 2000
  • Owned over a year : ดองไว้เกิน 1 ปี
  • Finish in one day : อ่านจบในวันเดียว
  • One-word title : ชื่อเรื่องคำเดียว
  • Under 200 pages : น้อยกว่า 200 หน้า
  • Over 600 pages : มากกว่า 600 หน้า
  • Book series : ซีรีส์หนังสือที่มีหลายภาค
  • Multiple perspectives : เล่าเรื่องหลายมุมมอง หลายคน
  • Set in the future : เหตุการณ์ในอนาคต
  • Reread a favorite : อ่านซ้ำเล่มโปรด

 

คำคม Section 2

เข้าสู่ส่วนที่ 2 “รีวิวหนังสือ 100 เล่ม” ด้วยคำคมที่เป็นคอนเซ็ปหลักของสมุด Reading Journal ที่แม้จะเป็นชาแลนจ์อ่านหนังสือ 100 เล่ม แต่อย่าไปเครียดกับจำนวนตัวเลข ไม่ต้องรีบอ่านให้ครบ ค่อยๆอ่านไปตามเวลาที่คุณสะดวก จะได้สนุกกับการอ่านอย่างเต็มที่

It’s not about how many you read but about finding joy in every story.

ไม่สำคัญว่าคุณอ่านได้กี่เล่ม ขอแค่มีความสุขกับเรื่องที่อ่านก็พอ

 

Book Review

เขียนรีวิวหนังสือ 1 หน้าต่อ 1 เรื่อง

สมุดจะนับไปให้เรื่อยๆว่าเราอ่านกี่เล่มแล้ว ตั้งแต่เล่มที่ #1 – #100

  • Cover : แปะรูปปกหนังสือ หรือวาดรูปเองก็ได้
  • Rating : ให้ดาวตามเกณฑ์ที่ตั้งในหน้า Reader Profile
  • Author : นักเขียน
  • Genre : หมวดหมู่
  • Pages : จำนวนหน้า
  • Start : วันที่เริ่มอ่าน
  • Finish : วันที่อ่านจบ
  • Format : รูปแบบหนังสือที่ชอบ
    • Books – เล่มจริง
    • E-Book – อีบุ๊ค
    • Audiobooks – หนังสือเสียง
  • Quotes : ช่องข้อความ ไว้เขียนคำคม, ประโยคที่ชอบ, ข้อคิดที่ได้
  • Blank : ช่องว่างด้านบน ไว้เขียนชื่อเล่ม ชื่อภาค ชื่อภาษาไทย
  • Summary : สรุปเนื้อเรื่องคร่าวๆ
  • Review : ความเห็นของเรา ความรู้สึกตอนอ่าน

 

Milestone

พออ่านครบทุกๆ 20 เล่ม จะมีหน้า Milestone ให้สรุปทบทวน และให้รางวัลตัวเองเพื่อสร้างแรงจูงใจในการอ่านต่อไป

เป็นการซอยย่อยเป้าหมายใหญ่ 100 เล่ม ให้เล็กลงเหลือแค่ทีละ 20 จะรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น

จะมี Milestone เมื่อคุณอ่านจบ …

  • 20 เล่ม : 20 Books Read
  • 40 เล่ม : 40 Books Read
  • 60 เล่ม : 60 Books Read
  • 80 เล่ม : 80 Books Read
  • 100 เล่ม : 100 Books Read

โดยแต่ละ Milestone จะมีให้เขียนสรุปดังนี้

  • Reading session length : เวลาที่ใช้อ่านแต่ละครั้ง โฟกัสกับการอ่านได้นานเท่าไหร่
  • Time spent per book : เวลาที่ใช้ต่อเล่ม ใช้เวลาอ่านหนังสือ 1 เล่มจบนานประมาณกี่วัน/สัปดาห์
  • Easiest genre to enjoy : แนวหนังสือที่อ่านง่ายที่สุด
  • Hardest genre to read : แนวหนังสือที่อ่านยากที่สุด
  • Milestone Reward : รางวัลเมื่อถึงเป้าหมาย

อีกฝั่งจะเป็นหน้าโน้ตอิสระ ให้เขียนสรุปเพิ่มเติม

หน้าโน้ต ใช้ กระดาษลายจุด ( Dot ) ช่วยให้เขียนง่ายขึ้น ตรงเส้นปรรทัด แต่ยังคงความสบายสายตา

ไว้บันทึกเรื่องต่างๆเพิ่มเติม หัวข้ออะไรก็ได้ที่ต้องการ

หรือจะลอง “หัวข้อตัวอย่าง” ดังนี้ก็ได้นะคะ

  • Book Budget : วางแผนงบซื้อหนังสือ
  • Book Haul : จดรายจ่ายค่าหนังสือเล่มต่างๆ
  • Wishlist : ลิสต์หนังสือที่อยากได้
  • กองดอง : ลิสต์หนังสือที่ยังไม่อ่าน

หน้าสุดท้าย เนื่องจากเป็นหน้าที่ติดกับกระดาษรองหลัง เราเลยออกแบบหน้านี้ให้เป็นโน้ตว่างๆ ไว้เขียนอะไรก็ได้ค่ะ

ขอบคุณที่ให้ Mimi’s Plan เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของคุณ หวังว่าคุณจะมีความสุขในทุกๆหน้าที่เขียน และมีความสุขกับการอ่านนะคะ

ราคาพิเศษ

สั่งผ่านแชท หรือ ผ่านเว็บไซต์ mimisplan.com
ราคาถูกกว่าสั่งซื้อผ่านช่องทางอื่นๆ

  • SaleLimited
    Reading Journal บันทึกนักอ่าน
    Reading Journal บันทึกนักอ่าน Original price was: ฿479.Current price is: ฿425.

    ⭐ ราคาพิเศษ เฉพาะเว็บไซต์
    ถูกกว่าสั่งซื้อผ่านช่องทางอื่นๆ

    🎊 Exclusive Gift เฉพาะเว็บไซต์
    แถมฟรี ปกใสกันเปื้อน

    🔎 ดูวิธีใช้สมุด :
    https://mimisplan.com/howto/readingjournal/

Enjoy Reading
and Challenge Yourself
with Reading Journal 📚

วิธีใช้ : Joy Journal บันทึกใจฟู
วิธีใช้ : Mini Jodjor

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ตะกร้าสินค้า
ถูกใจ
Recently Viewed
หมวดหมู่